วันพุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2560

กำแพงหิมะ เทือกเขาทาเทยาม่า



อัลไพน์รูท กำแพงหิมะ 

เทือกเขาทาเทยาม่า


     เทือกเขาทาเทยาม่า (Tateyama) ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดของเกาะฮอนชู ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น อยู่ตอนกลางของประเทศหรือเรียกได้ว่าเป็นภาคกลางของญี่ปุ่นนั่นเอง ในภูมิภาคนี้มีเทือกเขาที่สวยงาม ลักษณะคล้ายๆ กับเทือกเขาแอลป์ จึงได้รับการขนานนามว่า เป็น เจแปนแอลป์ (Japan Alps) นักท่องเที่ยวไม่น้อยที่อาจจะรู้จักสถานที่แห่งนี้ในนามของ  เจแปนแอลป์ หรือเส้นทางธรรมชาติอัลไพน์ หรือบางท่านอาจจะเรียกชื่อยาวๆ ว่า Tateyama Kurobe Alpine (เทือกเขาทาเทยาม่า-เขื่อนคุโรเบะ) ก็ได้

     Tateyama Kurobe Alpine เป็นเส้นทางที่ยาวประมาณ 90 กิโลเมตรเชื่อมโยงจังหวัดโทยาม่าและนากาโน่ไว้ด้วยกัน เป็นที่รู้จักกันในระดับสากลว่าเป็นเส้นทางเยี่ยมชมทิวทัศน์ของภูเขา ก้าวข้ามเทือกเขาทางเหนือที่สูงกว่า 3,000 เมตร โดยสามารถเลือกหนทางในการเดินทางได้หลากหลาย เช่น รถไฟท้องถิ่น กระเช้าไฟฟ้า รถประจำทางล้อยาง รถบัส เพื่อที่นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับมุมมองที่ยอดเยี่ยมสวยงามและสีสันใบหลายสีในฤดูใบไม้ร่วง คนที่ต้องการจะมาสัมผัสธรรมชาติอันหลากหลายของที่แห่งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นนักปีนมืออาชีพ นักเดินทางมากมายที่เริ่มต้นและสิ้นสุดการเดินทางของตนที่เมืองโทยาม่า
     เชื่อกันว่าทาเตยามะเป็นภูเขาที่มีเทพเจ้าสถิตย์อยู่ ภูเขาไฟบริเวณเชิงเขามีทัศนียภาพธรรมชาติที่ไม่เหมือนใคร จิตนาการกันว่าเป็นพื้นที่คล้ายกับ “นรก”ตามความเชื่อของชาวพุทธ ชื่อสถานที่ในบริเวณพื้นที่นี้มีชื่อเกี่ยวกับ “การอยู่ในนรก”หลายแห่งเช่น คากิโนะเด็น (ทุ่งผีเปรต), จิโกกุดานิ(หุบเขานรก) ชิโนะอิเคะ (บ่อน้ำสีเลือด) เป็นต้น
     ทัศนียภาพ 3 ภูเขาศักดิ์สิทธิ์มีภูเขาทาเตยามะ,ภูเขาไฟฟูจิ,ภูเขาชิรายามะนั้น เป็นที่รู้จักดีตั้งแต่ศตวรรษที่ 17-19 ว่าเป็นเส้นทางมาเยือนของผู้แสวงบุญจำนวนมาก เชื่อว่าการได้ชมโลกแห่งนรกที่มีน้ำร้อนพุ่งขึ้นจากหุบเขาจิโกกุดะนิแล้วก็ปรารถนาจะไปให้ถึงทาเตยามะแดนสุขาวดีด้วย
ช่วงเวลาให้บริการของปี2017 มีดังต่อไปนี้
  • ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการทุกเส้นทาง (เด็นเทสึโทยาม่า – ชินาโน่โอมัตจิ) 15 เมษายน 2017 – 30 พฤศจิกายน 2017
  • ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการบางส่่วน (เด็นเทสึโทยาม่า – มิดางะฮาระ) 10 เมษายน 2017 – 14 เมษายน 2017
  • ปิดเส้นทางตั้งแต่ เดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนเมษายน

ในปัจจุบันการเดินทางสะดวกสบายยิ่งขึ้นเพราะคนญี่ปุ่นเองก็มาท่องเที่ยวสถานนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถไฟชินคันเซ็น รถไฟต่างๆ รวมถึงเครื่องบิน

เส้นทางการท่องเที่ยวอัลไพน์ รูท ทาเทยาม่า

No 1: ผจญภัยด้วยขนส่งชนิดต่างๆ
ระบบการขนส่งของที่นี่นีหลากหลายสำหรับนักเดินทางที่จะข้าม อัลไพน์รูทของญี่ปุ่น หากต้องการจะเดินทางจากทายาม่าในจังหวัดโทโยม่า ไปชินาโนะโอมาจิ ของจังหวัดนากาโน่ มีรถไฟชินคันเซ็น รถไฟท้องถิ่นโทยาม่า เคเบิลคาร์ รถประจำทาง และอีกมากมาย คอยให้บริการ
     ถ้าเริ่มต้นเดินทางจากเมืองโทยาม่า ต้องใช้เวลาประมาณ 50 นาทีเพื่อจะไปที่สถานีทาเทยามา ซึ่งอยู่บริเวณตีนเขาของ North Alpine ที่ๆคุณจะสามารถเปลี่ยนเป็นขึ้นเคเบิ้ลคาร์เพื่อจะขึ้นเขาอีกประมาณ 500 เมตรไปที่ที่ราบบิโจไดระ จากที่นั่น จะได้เปลี่ยนไปขึ้นรสบัสและใช้เวลาเดินทางอีกประมาณ 1 ชั่วโมงจนถึงสถานีมุโรโดะ ซึ่งจะได้ชมความสวยงามของน้ำตกชมโยะ จากนั้นก็ไต่ความสูงขึ้นไปที่ทุ่งมิดากะฮาระ ซึ่งมีแอ่งน้ำเล็กๆอยู่ทั่วบริเวณ

     นอกจากนั้น Tateyama Ropeway หรือเคเบิ้ลคาร์ที่พาเราออกจากสถานีไดคันโบะไปที่คุโรเบะไดระ ทัวร์ญี่ปุ่น เป็นไฮไลท์สำคัญของที่นี่ ที่จะพาเราชมความสวยงามของภูเขารอบๆจากมุมสูง ซึ่งทัศนียภาพของยอดเขาอุชิโระทาเทะยามาและทะเลสาบคุโรเบะ เป็นสถานที่แนะนำและน่าประทับใจอย่างมาก และเป็นที่แน่นอนว่าทริปเดินทางสุดพิเศษนี้จะทำให้ผู้ที่ไปเยี่ยมชมรู้สึกผ่อนคลายและตื่นเต้นไปกับการผจญภัยในดินแดนที่งดงามน่าพิศวงแห่งนี้

No. 2: ตื่นเต้นไปกับประสบการณ์หิมะในหน้าร้อน 
   ในช่วงต้นฤดูร้อน นักท่องเที่ยวจะเพลิดเพลินไปกับการเดินรอบๆป่า การเดินเล่นในป่าบิโจไดระ(Bijodaira) ซึ่งยังคงเป็นป่าสนบริสุทธิ์ และที่ราบสูงมิดากะฮาระ (Midagahara) ซึ่งมีทางเดินทอดข้ามบึงให้เราสามารถเดินได้ ในขณะเดียวกันที่มุโรโดะ ที่ที่ซึ่งยังคงมีหิมะตก จุดที่สูงที่สุดของอัลไพน์รูทนี้โด่งดังด้วยชื่อ Yuki-no Otani ซึ่งเป็นกำแพงหิมะขนาดมหึมา มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 20 เมตร โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาสัมผัสความใหญ่โตนี้ได้ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในทัศนียภาพที่อัศจรรย์ที่สุดของโลก ซึ่งจุดสิ้นสุดของมุโรโดะไดระนั้นอยู่ที่ Murodo terminal ซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง Northern Japan Alps 

No. 3: การปล่อยน้ำสุดอลังการของเขื่อนคุโรเบะ
     เขื่อนคุโรเบะเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ มีความสูง 186 เมตรและยาว 492 เมตร ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นหนึ่งในเขื่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 1963 เพื่อหวังจะให้เป็นต้นการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยบริษัท Kansai Electric Power ปริมาณน้ำทั้งหมดที่สามารถเก็บในอ่างเก็บน้ำได้คือประมาณ 200 ล้านลูกบาศก์เมตร และเนื่องมากจากการที่เขื่อนเก็บน้ำแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นมาบนบริเวณพื้นที่ภูเขา จึงมีคนทั้งหมดกว่า 10 ล้านคนที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรเจคท์ยักษ์นี้
     ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่2 ญี่ปุ่นได้มีการฟื้นฟูเศรษฐกิจรวดเร็วมากทำให้เกิดการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า จึงได้มีการสร้างแหล่งผลิตพลังงานกระแสไฟฟ้าพลังน้ำชดเชย ใช้เวลาสร้างรวม 7 ปี ค่าใช้จ่าย 51.3 ล้านล้านเยนและจากคนงานทั้งหมด 10ล้านคน มีผู้ที่เสียชีวิตจากการสร้างเขื่อนถึง 171 คน สิ่งที่ยากลำบากที่สุดคือการขุดอุโมงค์เพื่อก่อสร้างรถบัสรางไฟฟ้าอุโมงค์คันเด็น (Kanden Tunnel Trolley bus)ที่ใช้วิ่งอยู่ในปัจจุบัน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินและทรายจำนวนมหาศาลผุดขึ้นมาวินาทีละ 660 ลิตร การขุดเจาะลงไปเพียง 80 เมตรต้องใช้เวลาถึง 7 เดือน การสร้างเขื่อนคุโรเบะถูกนำไปสร้างเป็นละครเล่าเหตุการณ์จากการสร้างเขื่อนคล้ายเรื่องฟีเวอร์ดั๊มของอเมริกา ชื่อเรื่อง “คุโรเบะโนะไทโย”(พระอาทิตย์ที่คุโรเบะ) ซึ่งมีเหล่านักแสดงที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมากเข้าร่วมแสดงด้วย
     อีกหนึ่งที่ดึงดูดใจให้มาท่องเที่ยวที่เขื่อนคุโรเบะแห่งนี้คือ การปล่อยน้ำจำนวนมหาศาลจากช่วงปลายเดือนมิถุนายนไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม มีน้ำกว่า 10 ลูกบาศก์เมตรตกลงมาอย่างไม่ขาดสายผ่านประตูคอนกรีตของเขื่อน ลงมายังแม่น้ำคุโรเบะเบื้องล่าง ก่อให้เกิดเป็นก้อนละอองน้ำสีขาว และเสียงดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา
     นักท่องเที่ยวยังสามารถชมความสวยงามได้จากการล่องเรือ “Garve” ซึ่งจะล่องไปตามแม่น้ำคุโรเบะ ที่สร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์และมีความยาวกว่า 12 กิโลเมตร การล่องเรือนี้จะทำให้เราเห็นมุมมองทัศนียภาพของเทือกเขาอัลไพน์แบบพาโนราม่า ซึ่งการล่องเรือ “Garve” นี้จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมถึงกลางเดือนเมษายนของทุกปี อีกทั้งยังมีเส้นทางเดินป่าอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ ซึ่งเราสามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินชมความสวยงามและอากาศอันแสนจะบริสุทธิ์ของธรรมชาติ

No. 4: วิวทิวทัศน์ธรรมชาติแบบพาโนราม่าที่อัลไพน์ รูท
    จุดหมายที่เป็นที่นิยมอีกแห่งหนึ่งของอัลไพน์รูทนี้คงหนีไม่พ้น มุโรโดะ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของหุบเขา จากตรงนี้จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพและไฟยามค่ำคืนของเมืองโทยามะ สถานีมุโรโดะเป็นสถานีที่อยู่สูงที่สุดของญี่ปุ่นสูงที่สุด ซึ่งบนนั้นยังมี ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และโรงแรม คอยให้บริการอีกด้วย
    กิจกรรมแนะนำคือการเดินไปรอบๆพื้นที่ เพราะที่นี่ยังมีเส้นทางที่ถูกรักษาไว้อย่างดีให้เด็กๆได้สามารถปีนกันได้ เส้นทางเหล่านั้นจะนำเหล่านักท่องเที่ยวไปยังจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และรวมถึงบ่อน้ำมิคุริกะอิเคะ บ่อน้ำขนาดใหญ่ที่สะอาดใสจนสะท้อนเงาของเทือกเขาทาเทยามาบนผิวน้ำ บ่อน้ำแห่งนี้มีความลึกกว่า 5 เมตร สร้างขึ้นจากการที่ภูเขาปะทุเมื่อนานมาแล้ว ทุกปีจะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งเป็นเวลาประมาณ 6 เดือน และแม้แต่ในช่วงหน้าร้อนเราก็ยังจะสามารถเห็นก้อนน้ำแข็งลอยอยู่ในบ่อน้ำใส



No. 5: สีสันราวกับริบบิ้น ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี
    ในฤดูใบไม้ร่วง ภูเขาและหุบเขามากมายจะถูกตกแต่งด้วยสีสันสดใสของสีสันของใบไม้ Kouyou ในภาษาญี่ปุ่นให้หมายความว่า “ใบไม้สีแดง” หรือ “ใบไม้สีเหลือง” หรือ แปลเป็นสำนวนได้ความว่า “กำลังเปลี่ยนสี” เป็นช่วงเวลาที่เราจะได้ชมความสวยงามหลากของใบไม้สีอย่าง สีแดง สีส้ม สีเหลือง และรอยแต้มสีทอง น่าเสียดายที่เราไม่สามารถรู้กำหนดที่แน่นอนของเวลาได้ บางครั้งก็เร็วไป และบ้างก็สายเกินไปเป็นบางครั้ง ขึ้นอยู่กับในแต่ละปี ถึงอย่างนั้นเราก็สามารถเพลิดเพลินไปกับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงจากจากปลายเดือนกันยายนถึงตุลาคมตามบริเวณไหนก็ได้ เช่น มิดากะฮาระ ไดคัมโบะ มุโรโดะ และเชื่อนคุโรเบะ เป็นต้น

มารยาท・กฎระเบียบ

บริเวณทาเตยามะ-คุโรเบะคือเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อการอนุรักษ์พืชพันธุ์ไม้และสัตว์ป่าอันเป็นมรดกธรรมชาติที่สำคัญและน่าภาคภูมิใจของโลก เพื่อให้ผู้คนทั่วไปสามารถเพลิดเพลินกันความงดงามตามธรรมชาติแห่งนี้ต่อไปได้ในวันหน้า กรุณารักษากฏระเบียบ 6 ประการเหล่านี้
กฏข้อที่ 1
กรุณาเดินเขาชมธรรมชาติตามเส้นทางที่กำหนดไว้ โปรดอย่าเข้าไปในป่าหรือทุ่งดอกไม้
กฏข้อที่ 2
กรุณาอย่าเด็ดพืชพันธุ์ไม้ของเทือกเขาแอลป์
กฏข้อที่ 3
กรุณานำขยะกลับออกไปด้วย
กฏข้อที่ 4
กรุณาทำภารกิจส่วนตัวในห้องสุขาที่จัดไว้ให้
กฏข้อที่ 5
โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินบนทางเลียบแนวสันเขา ตั้งเต้นท์ของคุณในบริเวณที่กำหนดไว้ให้เท่านั้น
น้ำฝนบนภูเขาจะถูกเก็บไว้ที่กระท่อมบนภูเขาซึ่งอยู่ข้าง ๆ แนวสันเขา และเป็นทรัพยากรที่มีปริมาณจำกัดจึงต้องเอาใจใส่และระมัดระวังไม่ทำให้แหล่งน้ำสกปรก
ห้ามจุดไฟบนภูเขา ต้องยืนยันให้แน่ใจว่าได้ดับไฟในกระท่อมบนภูเขาเรียบร้อยหมดแล้ว
ปิดไฟส่องสว่างในกระท่อมบนภูเขาทุกที่ ตามเวลาที่ได้กำหนดเอาไว้
โปรดยื่นแบบฟอร์มแจ้งเรื่องก่อนปีนเเขา เผื่อกรณีฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น
กฏข้อที่ 6
ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาบนภูเขา เพื่อป้องกันชีวิตสัตว์ป่าที่ความรู้สึกไวและบอบบาง กรุณางดเว้นการนำสัตว์เข้ามาไม่ว่าจะด้วยกรณีใดใดทั้งสิ้น
ศูนย์อนุรักษ์ธรรมชาติ
โทรศัพท์: +81-76-465-5213
ฝ่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ,แผนกงานชีวิตและสิ่งแวดล้อม,ศาลากลางจังหวัดโทยาม่า
โทรศัพท์: +81-76-444-3398

ข้อควรระวังเกี่ยวกับสุขภาพ

  • เนื่องจากเป็นการเดินทางขึ้นสู่ที่สูงจากระดับน้ำทะเล ถึง 2,000M อาจทำให้มีอาการหูอื้อหรือปวดหัวขึ้นได
  • เมื่อมีอาการเมารถรู้สึกวิงเวียนหรืออาการไม่ค่อยดีกรุณาแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ใกล้เคียงหรือแจ้งพนักงานขับรถ
  • ท่านที่ต้องการความช่วยเหลือขณะเดินทางหรือขณะอยู่บนรถ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อเตรียมรถเข็นไว้แต่ละสถานี
  • -เครื่อง AED (เครื่องกระตุ้นหัวใจด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ)มีติดตั้งไว้แต่ละสถานีรวมถึงที่โรงแรมทาเตยามะและโรงแรมมิดางะฮาระ
  • เนื่องจากห้องน้ำของแต่ละสถานีไม่มีห้องให้นมบุตรและเตียงเด็กเมื่อต้องการให้นมบุตรหรือเปลี่ยนผ้าอ้อมกรุณาปรึกษาทางเจ้าหน้าที่ของสถานี



วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2560

เที่ยวยุโรป



ไอซ์แลนด์กับปริมาณนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันจำนวนมาก



      เดือนกันยายน 2016 ประเทศไอซ์แลนด์ ได้เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันกว่า 325,522 คน ซึ่งมีจำนวนมากกว่าประชากรของประเทศที่มีแค่เพียง 332,000 คน กรมการท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ชี้แจ้งว่า มีนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ในปี 2010 ที่ผ่านมา และยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีกในปี 2014 กว่า 152,104 คน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า
     คณะกรรมการการท่องเที่ยวของไอซ์แลนด์เริ่มโฆษณาการท่องเที่ยวในปี 2010 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเคมเปญการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว โดยขยายระยะเวลาวีซ่าท่องเที่ยวให้ชาวอเมริกันสามารถพำนักในประเทศไอซ์แลนด์ได้นานขึ้นตลอดระยะเวลาการท่องเที่ยวในยุโรป อีกทั้ง Game of Thrones ซีซั่น3 ซีรี่ส์ยอดฮิตได้ถ่ายทำที่นี่ อาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ดึงดูดคนอเมริกันมาเที่ยวที่นี่ก็เป็นได้

       การเพิ่มขึ้นอย่างมากของจำนวนนักท่องเที่ยวก่อให้เกิดความเสียหายของทรัพยากรในประเทศอย่างหนัก นักท่องเที่ยวบินเข้าสนามบินเคฟลาวิกในภาคใต้ของประเทศนอกเรคยาวิกและมักจะใช้เส้นทางเดียวกันในการท่องเที่ยว พวกเขาแห่กันไปเมืองหลวงและสถานที่ท่องเที่ยวในภาคใต้ของประเทศไอซ์แลนด์รวมทั้งน้ำตก Gulfoss, อุทยานแห่งชาติ Thingvellir และสวนความร้อนใต้พิภพ Geysir ในขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้สนใจถึงคนท้องถิ่นว่าทุกคนจะมีความสุขกับความแออัดนั้นหรือไม่ก็ตาม
      "มันเหมือนเมืองที่ไม่ได้เป็นเมืองของฉันอีกต่อไปแล้ว" Birgitta Jonsdottir นักการเมืองไอซ์แลนด์ นักกวีและนักกิจกรรมกล่าว เธอบอกว่าพรรคการเมืองของเธอมีจุดมุ่งหมายที่จะจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือนแหล่งธรรมชาติของประเทศ รวมถึงขอความรวมมือในการนำภาษีโรงแรมมาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับท่องเที่ยวของไอซ์แลนด์

         ขณะนี้รัฐบาลไอซ์แลนด์อยู่ในช่วงกลางของแผนการท่องเที่ยวซึ่งดำเนินการมาแล้วจำนวน 9 ปี (สิ้นสุดในปี 2020) ซึ่งจะปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานต้นแบบในสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมาย "การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการท่องเที่ยวต้องมุ่งไปที่การปกป้องธรรมชาติและยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวจะมีจุดมุ่งหมายที่ผสมผสาน แนวความคิดของความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อทรัพยากรธรรมชาติของไอซ์แลนด์ " ซึ่งนี่ก็เป็นแผนรัฐบาลไอซ์แลนด์นั้นเอง
         ปีก่อนหน้านี้ไอซ์แลนด์เอง ก็ได้จัดเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวเปิดตัวโปรแกรมให้ความรู้แก่ผู้เข้าชมเกี่ยวกับวิธีการที่จะเคารพและรักษาแหล่งธรรมชาติของประเทศตนเองไว้ ภายในปีนี้ ประเทศไอซ์แลนด์คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศของตนถึง 1.5 ล้านคนจากทั่วโลก เป้าเพิ่มขึ้นจากในปี 2010 ที่มีนักท่องเที่ยวเพียง459,000 คน โดยคณะกรรมการการท่องเที่ยวตั้งเป้าว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเที่ยวไอซ์แลนด์ 2 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2020

วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2560

สัมผัสเมืองริมน้ำที่ญี่ปุ่น


อิเนะโนะฟุนะยะ (Ine no Funaya) สัมผัสเมืองริมน้ำที่ญี่ปุ่น


       อิเนะ (Ine) เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่บนคาบสมุทรแทงโก (Tango Peninsula) เดิมเป็นหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็กที่ขยายตัวไปทั่วประเทศญี่ปุ่น จนกลายเป็นผู้ค้าปลารายใหญ่ที่สุดของเกียวโต ซึ่งจับปลาได้ 25% ของปลาทั้งหมด บ้านแบบดั้งเดิมตั้งอยู่ริมทะเลประมาณ 230 หลัง รายล้อมรอบไปด้วยภูเขาขนาดใหญ่และนาข้าวแบบขั้นบันได ซึ่งมีทัศนียภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุด

       การตกปลาด้วยวิธีการพายเรือเป็นกิจวัตรประจำวันของคนท้องถิ่น แทบทุกครัวเรือนจะต้องมีโรงจอดเรือ   อิเนะ (Ine) เป็นเมืองที่รักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดี ขณะที่เดินรอบเมืองจะพบกับดักจับปลาของชาวประมงท้องถิ่น คุณสามารถเข้าร่วมตกปลาสนนราคาที่ 3,000 เยน
          คุณจะได้รับวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการตกปลา รวมถึงคำแนะนำต่างๆ ซึ่งคุณสามารถเก็บปลาทั้งหมดที่คุณจับได้ และแพ็คใส่น้ำแข็งเพื่อความปลอดภัยของปลา
      ฟุนะยะ (Funaya) เป็นบ้านแบบดั้งเดิมตั้งอยู่ริมทะเลประมาณ 230 หลังที่รายล้อมรอบด้วยภูเขาขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นทัศนียภาพที่งดงาม

 พักผ่อนที่สวนสาธารณะฟุนายะโนะซาโตะ (Funaya no Sato Koen)

     สวนสาธารณะฟุนายะโนะซาโตะ (Funaya no Sato Koen) ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีโรดไซด์ (Roadside Station) สำหรับนักท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไปที่เดินทางไปสถานีนี้จะได้พบกับสวนขนาดเล็กและรูปปั้นปลาขนาดใหญ่ รวมถึงที่นั่ง และสวนดอกไม้

 ทัวร์อ่าวอิเนะ (INE BAY) โดยเรือ 

       อ่าวอิเนะ (Ine Bay) เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว คุณสามารถใช้บริการทัวร์อ่าวอิเนะ (Ine Bay) ซึ่งเป็นทัวร์รอบเมืองและบริเวณอ่าว นอกจากนี้คุณสามารถนำเที่ยวด้วยวิธีการอธิบายถึงประวัติความเป็นมาพร้อมทั้งสอนเกี่ยวกับการสร้างบ้านฟุนะยะ นอกจากนี้คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการทำประมงแบบดั้งเดิม เรียกว่า มอนโดริ (Mondori) จากไกด์ท้องถิ่น อีกทั้งยังมีไกด์ภาษาอังกฤษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ต้องการความช่วยเหลือในการเดินทาง

พักค้างคืนที่ฟุนะยะ (FUNAYA) มารุอิจิ (MARUICHI) 

        มารุอิจิ (Maruichi) เป็นหนึ่งในสถานที่พักที่ดีที่สุด ข้อดีของที่นี่คือตัวอาคารเป็นแบบฟุนะยะ (Funaya) มีร้านอาหารหลายแห่งที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาหารทะเลท้องถิ่น และมีสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่คุณต้องการ นอกจากนี้คุณจะได้พบกับการทำนาของเกษตรกรที่ไม่ใช้เครื่องจักรในการเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นสถานที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจเหมาะสำหรับการถ่ายภาพพาโนรามาจากด้านบนของทะเลและชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า
อิเนะโนะฟุนะยะ (Ine no Funaya) 
ที่อยู่ : Hirata, Inecho, Yosa District, Kyoto Prefecture
การเดินทาง : 1 ชั่วโมงโดยรถประจำทางจากสถานีอะมะโนะฮาชิดะเตะ
โทรศัพท์ : 0772-32-0277
เว็บไซต์ : Ine no Funaya