
ทัวร์ยุโรปตะวันออก ROMANTIC ROAD IN AUTUMN
(เยอรมัน – ออสเตรีย – ฝรั่งเศส)
10 วัน 7 คืน
โดยสายการบิน Thai Airways (TG)

วันที่ 1 กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)
- คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบกับเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่ 2 มิวนิค (เยอรมัน) – ฮอลสตัท (ออสเตรีย) – ซาลส์บรูก
- ออกเดินทางสู่ มิวนิค ประเทศเยอรมัน โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG924
- เดินทางถึง เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันนี นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองฮอลสตัท (Hallstatt) เมืองมรดกโลกริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก (เมืองท่องเที่ยวอันดับ 3 ของประเทศออสเตรีย)
- นำท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบ บนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า “ซี สตราซ” (See Strasse) อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึกที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า ดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของ ถนนซีสตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม
- รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เมนูปลาเทราซ์
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองซาลส์เบิร์ก เมืองท่องเที่ยวอันดับ 2 ของประเทศออสเตรีย เมืองที่มีความสวยงามและวิวทิวทัศน์ของบ้านเรือน
- นำท่านชม สวนมิราเบล ที่งดงามซึ่งเดิมเป็น สวนในพระราชวังเดิม
- จากนั้นนำท่านข้ามแม่น้ำซาลลส์ซัคที่ไหลผ่านกลางตัวเมือง นำท่านเดินเข้าสู่ ถนนเกรเทสเกสเซ่ ถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงของเมือง
- นำท่านไปถ่ายรูปด้านหน้า บ้านหมายเลข 9 ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ คีตกวีที่มีชื่อเสียงของโลก วูลฟ์กัง อมาดิอุส โมสาร์ทที่เพิ่งฉลองครบรอบ 250 ปีเมื่อปี 2006
- จากนั้นนำท่านสู่ จัตุรัสกลางเมือง เพื่อถ่ายรูปคู่กับอนุเสาวรีย์โมสาร์ต ชมมหาวิหารใหญ่กลางใจกลางเมืองให้ท่านอิสระช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองมากมาย หรือชมเมืองตามอัธยาศัย
- รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- ที่พัก HOLIDAY INN SALZBURG หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
วันที่ 3 เบิร์ชเทสกาเด้น (เยอรมัน) – ล่องเรือทะเลสาบโคนิงซี – หมู่บ้านรามเซา – อินน์สบรูค (ออสเตรีย)
- รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองพรมแดนระหว่างออสเตรียกับเยอรมัน เมืองเบิร์ชเทสกาเด้น (Berchtesgaden) เจ้าของเส้นทางดิอัลไพน์โร้ด 1 ใน 6 เส้นทางแสนสวยและยังเป็น เส้นทางเก่าแก่ที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ เลาะเลียบเทือกเขาแอลป์ เมืองนี้ถูกก่อตั้งขึ้นให้เป็น ศูนย์กลางทางการค้าและการสำรวจหาเกลือและสินแร่ บริเวณเมืองเก่าเต็มไปด้วยศิลปะการสร้างอาคาร ในรูปแบบบาวาเรียตอนบน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตกแต่งด้วยลายปูนสไตล์สตัดโก้ และในอดีตเคยเป็นฐานบัญชาการใหญ่ของกองทัพนาซีทางตอนใต้
- นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบกษัตริย์ (Konigsee) ที่มีน้ำใสราวกับมรกตได้ขึ้นว่าเป็นทะเลสาบที่น้ำใสและสะอาดที่สุดในยุโรป ทะเลสาบแห่งนี้เป็นดินแดนแห่งฟยอร์ดที่งดงาม ที่สุดในประเทศเยอรมนี ในเขตเทือกเขาแอลป์ มีแหล่งกำเนิดจากการละลายของกลาเซียบนยอดเขา ตั้งแต่ยุคน้ำแข็งก่อให้เกิดทะเลสาบอันงามพิสุทธิ์ และความมหัศจรรย์ของฟยอร์ดที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งใน โลกฟยอร์ดแห่งนี้มีความยาวกว่า 8 กม. กว้างถึง 1,250 เมตร ลึก 190 เมตร และตั้งอยู่บนความสูงกว่า 602 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
- นำท่านล่องเรือพลังงานไฟฟ้า ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวมา ตั้งแต่ปี ค.ศ.1909 เพื่อไม่เกิดมลภาวะ เรือจะนำท่านล่องไปชมบรรยากาศแห่งฟยอร์ด จนถึงโบสถ์บาโธโล มิว อันเป็นเสน่ห์ของดินแดนแห่งฟยอร์ดนี้
- จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ท่าเรือ
- รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านรามเซา (Ramsau) สถานที่สวยสุด Unseen หมู่บ้านเล็กๆ ของเยอรมันที่ติดกับพรมแดนออสเตรียที่หลบซ่อนตัวในเขตเทือกเขาเอลป์โดยหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของความสวยงามของวิวทิวทัศน์ โดยมีโบสถ์เซนต์เซบาสเตียน (Sebatian) เป็นฉากมีสะพานไม่เล็กทอดข้ามแม่น้ำ Arche ที่ไหลตัดผ่านหมู่บ้าน โดยมีฉากหลังของเทือกเขาเอลป์เป็นฉากหลัง
- นำท่านเดินถ่ายรูปตามอัธยาศัย หรือสามารถเข้าชมด้านในโบสถ์ได้ฟรี จากนั้นอิสระเดินถายรูปตามอัธยาศัยจนได้เวลานัดหมาย
- จากนั้นนําท่านออกเดินทางสู่ เมืองอินน์สบรูค (Innsbruck) หนึ่งในสามเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ําอิน “Inn River” และโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาเอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิ แม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวรก เพราะอากาศดีมากผู้ที่เข้ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต่างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมือง แห่งนี้ ระหว่างทางท่านจะได้พบกับวิวสองข้างทางที่สวยงาม ตามถนนเส้นทางอัลไพน์ ผ่านทั้งเทือกเขาเอลป์ ทะเลสาบ หมู่บ้าน ทุ่งหญ้า
- รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- ที่พัก AUSTRIA TREND HOTELCONGRESS INNSBRUCK หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
วันที่ 4 อินน์สบรูค – มิดเท็นวาลด์ (เยอรมัน) – ยอดเขาซุกสปิตเซ่ – การ์มิสช์ ปาร์เทนไครเช่น
- รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
- จากนั้นนําท่านถ่ายรูปด้านนอกกับ อาคารหลังคาทองคํา (Goldenness Dachl) ที่สร้างขึ้นด้วยความประณีตละเอียดอ่อน และมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณะของเมือง ประทับใจกับ เฮลบลิงเฮ้าส์ (Helblinghaus) ตึกสมัยโกธิคตอนปลายที่มีการเพิ่มศิลปะแบบโรโค เข้าไปในศตวรรษที่18 ทําให้ดูโดดเด่นและหรูหรายิ่งขึ้น โรงแรมโกลเดน เนอร์แอดเลอร์ (Goldener Adler Hotel) สร้างตั้งแต่ ค.ศ.ที่16 เป็น โรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองและยังเคยใช้ต้อนรับ อะคันตุกะจากต่างแดน มาแล้วอย่างมากมาย
- นำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับ พระราชวังฮอฟบูรก“Hofburg Palace” พระราชวังที่ราช สํานักใช้แปรพระราชฐานในช่วงฤดูหนาวและบันทึกภาพสวยจากอาคาร เรอเนสซองส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศออสเตรีย
- จากนั้นนำท่านเดินออกเดินทางสู่ เมืองมิดเท็นวาลด์ (Mittenwald) พรมแดนระหว่างเยอรมันกับออสเตรีย หมู่บ้านเล็ก ๆ ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาเอลป์ และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านติดอันดับความสวยของเยอรมัน ถือเป็นสถานที่ UNSEEN ของเยอรมันด้วย
- นำท่านชมเมืองสูดอากาศอันบริสุทธิ์ เดินเล่นนั่งจิบกาแฟ ชมวิวทิวทัศน์หรือเลือกสินค้าที่ระลึก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองการ์มิสช์ ปาร์เทนไครเช่น (Garmisch-Partenkirchen)
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี
- รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- ให้ท่านเก็บภาพประทับใจจากจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี คือ 9,721 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ที่ทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ทั้งปีคือ สกีในฤดูหนาวและเดินเขาในฤดูร้อน เมื่อมองจากยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกลไปถึง 4 ประเทศด้วยกันคือ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลีและสวิสเซอร์แลนด์โดยมียอดเขาที่อยู่เคียงกันอีก 3 ยอดคือ แอล์ปสปิตซ์ (Alpspitz), ครอยเซ็ค (Kreuzeck) และแวงค์ (Wank) ซึ่งล้วนแต่เป็นสวรรค์ของนักเดินทางและนักสกีทั้งสิ้น นิทรรศการศิลปะบนที่สูงที่สุดและซุกสปิตซ์ปลาต ธารน้ำแข็งสายเดียวของเยอรมนีที่ยามหิมะตกหนา ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน กลายเป็นเส้นทางสกีให้เลือกเล่นหลายระดับ
- อิสระท่านตามอัธยาศัย
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองการ์มิสช์ ปาร์เทนไครเช่น (Garmisch-Partenkirchen) เป็นหนึ่งใน เมืองที่สวยงามเป็นอันดับต้น ๆ ของเยอรมนี เป็นเมืองเล็กๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนกันบ้านเรือนตกแต่งด้วยสไตล์บาวาเรียน มีภาพเขียนสีตกแต่งตามบ้านเรือนและถือเป็นประตูสู่ยอดเขา Zugspitze ยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศเยอรมันนี และเป็นเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินป่า เล่นสกี หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งต่าง
- นำท่านเดินเล่นเก็บบรยากาศอันแสนโรแมนติคของเมือง
- รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เมนูพิเศษ ขาหมูเยอรมัน
- ที่พัก BEST WESTERN HOTEL GARMISCH-PARTENKIRCHEN หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
วันที่ 5 เมืองเอททัล – โบสถ์เอททัล – ลินเดา – ทิทิเซ่
- รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเอททัล (Ettal) นำท่านเข้าชม สำนักสงฆ์แห่งเมืองเอททัล (Kloster Ettal) ได้รับการขึ้นทะเบียน UNESCO สร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1330 ตรงกับวันนักบุญวีตาลิสแห่งมิลาน (Vitalis of Milan) โดย จักรพรรดิลุดวิกที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์หรือลุดวิกชาวบาวาเรียน (Ludwig the Bavarian) ที่หุบเขากราสแวง (Graswang valley) ตามที่พระองค์ได้ให้คำปฏิญาณไว้หลังจากกลับมาจากประเทศอิตาลี ตรงจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางการค้าขายระหว่างประเทศอิตาลีและเมืองเอาก์สบูร์ก ประเทศเยอรมนี ตามตำนานกล่าวว่าม้าของจักรพรรดิลุดวิกผงกหัวสามครั้งตรงที่ที่ต่อมาเป็นที่สร้างอารามเดิม ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ตั้งรูปปั้นพระแม่มารีย์ ที่เรียกกันว่า “Frau Stifterin” หรือ “Ettal Madonna” (เอททัลมาดอนนา) เป็นศิลปะตระกูลปีซาโน (Pisano)
- จากนั้นนำท่านเดินสู่ เมืองลินเดา (Lindau) เมืองตากอากาศแสนสวยริมทะเลสาบคอนสแตนซ์ (Lake Constance) หรืออีกชื่อคือทะเลสาบโบเดนเซ (Bodensee)
- รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านเดิน ชมเมืองลินเดา เมืองเล็กที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ระหว่างสามประเทศ คือเยอรมัน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยของเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเลสาบโดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาเอลป์จนได้รับฉายาว่า แชงกรีลา แห่งเยอรมัน
- นำท่านเดินเล่นถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง ถ่ายรูปกับ เสาประภาคารบาวาเรีย และ เสารูปสิงโต ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของ เมืองลินดา
- อิสระทุกท่านเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
- จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมืองทิทิเซ่ (Titisee) เขตป่าดําตอนใต้(SOUTH BLACK FOREST) เมืองเล็กๆที่อยู่ท่ามกลางป่าสนอันอุดมสมบูรณ์และทะเลสาบสุดสวย
- นําท่าน ชมทะเลสาบทิทิเซ่ (Titisee Lake) เป็นทะเลสาบที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในป่าดํามีความยาว 2 กิโลเมตร และมีความกว้าง 700 เมตร ผ่านบริเวณนี้ ท่านจะได้พบกับยอดเขาที่สูงที่สุดในป่าดํานั่นคือ ยอดเขา FELDBERG ซึ่งความสูงถึง 1500 เมตร เดินทางถึง ทะเลสาบทิทิเซ่ ท่านจะได้พบกับความสวยงามของธรรมชาติที่ห้อมล้อมทะเลสาบแห่งนี้ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยติดอันดับในทวีปยุโรปอีกด้วย
- นําท่านชมทิวทัศน์ความงดงามของป่าดํา และทะเลสาบมนต์เสน่ห์ที่ท่านจะต้องหลงใหลไม่มีวันลืม...นําท่านแวะซื้อของที่ระลึกต้นตํารับของนาฬิกากุ๊กกู อิสระให้ท่านเดินชมเมืองตามอัธยาศัย
- รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- ที่พัก MARITIM TITISEE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
วันที่ 6 ทิทิเซ่ – ไฟรบูร์ก – ริคเวีย (ฝรั่งเศส) – กอลม่าร์
- รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองไฟร์บูร์ก (Freiburg) เมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในเขตป่าดำ เป็นเมืองอยู่ใกล้พรมแดนระหว่างฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ และได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีแดดมากที่สุดในประเทศเยอรมันอีกด้วย ทำให้อากาศของเมืองจะค่อนข้างอบอุ่น เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปีค.ศ.1120
- นำท่านสู่ตัวเมืองเก่า เข้าชมมหาวิหารแห่งเมืองไฟรบวร์ก(Freiburg Cathedral) เป็นโบสถ์ใหญ่ที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 313 ปี มีความสูง 116 เมตร โบสถ์นี้รอดพ้นจากการถูกทำลายในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งๆที่ตัวเมืองถูกทำลายไปกว่า 90%
- จากนั้นนำท่านเดินเท้าเข้าสู่ ถนนสาย Schuesterstrasse ถนนเส้นหลักของเมืองและได้ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุด มีร้านค้ามากมายให้ท่านเลือกซื้อ โดยตามถนนจะมีรางน้ำเล็กๆที่เรียกกันว่า Bachle เคียงคู่ไปกับถนนแทบทุกสายในตัวเมือง อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปหรือเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
- นำท่านสู่ เมืองริคเวีย (Riquewihr) เมืองที่ติดกับเมืองกอลมาร์ เป็นแหล่งปลูกไวน์ชั้นเลิศของแคว้นอาลซาส และเป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Villange de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco) อีกด้วย
- นำท่านเดินชมบ้านเรือนที่อยู่ในหุบเขา ล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่น ที่ไว้สำหรับทำไวน์ โดยเฉพาะช่วงเดือน เม.ย – พ.ย. จะเห็นต้นองุ่นที่ถูกปลูกสวยงามยิ่งนัก
- รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
- นำท่านเดินเล่น ชมเมืองริคเวีย ท่านจะได้พบกับร้านเรือนที่มีสีสันสวยงามล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่น มีตรอกซอกซอยร้านค้า ร้านไวน์ ร้านกาแฟ ให้ท่านเลือกนั่งจิ๊บไวน์หรือกาแฟ หรือเลือกซื้อไวน์ที่มีชื่อเสียง
- อิสระให้ท่านเดินถ่ายรูปจนเป็นที่พอใจ
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง กอลมาร์ (Colmar) เมืองในแคว้นอาลซัส ประเทศฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Villange de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส (เมืองที่ถูกจัดอันดับ 1ใน 10เมืองโรแมนติคที่สุดในโลก) ได้รับการขนานนามว่าเวนิสน้อย (LA PETITE VENISE) ตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์ของอาลซัส และยังเป็นบ้านเกิดของศิลปิน เฟรดเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบเทพีเสรีภาพ เมืองกอลมาร์มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้คงเป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยากรรมและบรรยกาศของเมืองโบราณ ในตัวเมืองมีพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ที่อยู่อาศัยเหมือนในยุคกลาง ด้วยบบรรยกาศที่สวยงามตัดกับบ้านเรือนสีสันสดใสจึงเป็นเมืองที่คู่รักจากทั่วโลกเดินทาง มาฮันนีมูนที่นี้จากนั้นอิสระให้ทุกท่านเดินชมเมืองตามอัธยาศัย
- รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
- ที่พัก MERCURE HOTEL UNTERLINDEN COLMAR หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
วันที่ 7 สตราสบูร์ก – ไฮเดิลเบิร์ก (เยอรมัน) – ปราสาทไฮเดิลเบิร์ก
- รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสตราสบูร์ก (Strasbourg) เป็นเมืองแห่งความโรแมนติค และเมืองหลวงของแคว้นอัลซาส (Alsace) ประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีความสวยงามเมืองหนึ่งของยุโรป ซึ่งเมื่อท่านเดินทางมาแถบลุ่มแม่น้ำไรน์ไม่ควรพลาดเด็ดขนาด เมืองขนาดกลางแห่งนี้มีย่านเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์ที่รู้จักกันในนาม La Petite France (ปารีสน้อย)
- นำท่านชมเขต La Petite France ภูมิทัศน์สวยงามด้วยบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งสองแม่น้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเมือง มีลักษณะเป็นพื้นที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำอิลล์ทั้งสี่ด้านและมีเส้นทางคูคลองเชื่อมต่อกันไปมากมาย บริเวณใกล้เคียงเป็นเกาะที่มีสะพานหลายแห่งเป็นตัวเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนอื่นๆของเมือง ภายในย่านนี้มีลักษณะเป็นตรอกซอกซอย พื้นถนนปูลาดด้วยหินกรวด เรียงรายด้วยบ้านไม้โบราณสไตล์อัลซาสที่สวยงามซึ่งทอดตัวเป็นภาพเงาสะท้อนในคลองตลอดถนน Rue des Moulins
- นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารนอร์ทเทอดาม ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปและมียอดโดมสูงที่สุดในยุโรปตะวันตก อีกด้วยออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค สร้างด้วยหินทรายสีชมพูทั้งหลังโดยสร้างขึ้นในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 260 ปีตัววิหารมีการรวบรวมรูปแบบการก่อสร้างที่งดงามหลายส่วนรวมถึงรูปแกะสลัก ต่าง ๆ ช่วงยุคกลาง จากนั้นอิสระถ่ายรูปหรือเลือกซื้อสินค้าพื้นตามอัธยาศัย
- รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เมนู หอยเอสคาโก้
- นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองไฮเดลเบิร์ก(Heidelberg) ตั้งอยู่ในรัฐ baden-Wurttemburg ทางใต้ของแฟรงค์เฟิร์ตเป็นเมืองที่มีบรรยากาศสวยงามริมฝั่งแม่น้ำเน็คคาร์ (Neckar) โดยมีปราสาทไฮเดลเบิร์กตั้งอยู่บนเชิงเขา
- จากนั้นเข้าชมปราสาทไฮเดลเบิร์ก ซึ่งตั้งอยู่บนเขาแบร์กบาห์น ปราสาทแห่งนี้ใช้เวลาสร้างนานถึง 400 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ สถาปัตยกรรมที่เห็นจึงมีหลากหลายตามยุค โดยเริ่มก่อสร้างจากยุคโกธิค ในศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้ารูเพรชท์ที่ 3 ปราสาทได้รับความาเสียหายในปี 1622 ซึ่งอยู่ในช่วงสงคราม30ปีและมาถูกเผาทำลายถึง 2 ครึ่งในปี 1689 และ 1693 ในสงครามกับฝรั่งเศส จึงเหลือตาซากปรักหักพัง และได้การยอมรับว่านี้คือซากปรักหักพังของปราสามที่สวยงามที่สุดในโลก
- นำท่านชมวิวจากจุดชมวิวบนตัวปราสาท ท่านจะมองเห็นเมืองไฮเดลเบิร์กได้อย่างสวยงาม
- นำท่าน ชมเก็บถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดความจุราว 222,000 ลิตร
- จากนั้นนำท่านสู่ ตัวเมืองเก่าของไฮเดลเบิร์ก...นำท่าน ชมสะพานเก่าอัลเทอบรุค เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเน็คคาร์ ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เมื่อเดินข้ามสะพานไปแล้วมองหันกลับมาท่านจะเห็นปราสาทไฮเดลเบิร์กสีชมพูอมแดงตั้งโดดเด่นเหนือตัวเมืองไฮเดลเบิร์ก
- นำท่าน ชมรูปปั้นลิง บนตัวสะพานที่มีความเชื่อว่าหากได้มาสัมผัสรูปปั้นลิงนี้จะได้กลับมาเยือนอีกครั้งหนึ่ง...จากนั้นนำท่านเดินเข้าสู่ จตุรัสมาร์คพลัทซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถ์ไฮลิก ไกสท์เคียร์เค่อ โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นศิลปแบบโกธิค
- จากนั้นอิสระให้ทุกท่านเดินชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกของฝากมากมายตามอัธยาศัย
- รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
- ที่พัก NH HOTEL HEIDELBERG หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
วันที่ 8 โรเธนเบิร์ก – วูร์ซเบิร์ก – แฟรงค์เฟิรต์
- รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
- จากนั้นนำท่านเดินสู่ เมืองโรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ (Rothenburgob der Tauber) หรือเรียกๆว่า เมืองโรเธนเบิร์ก เมืองเก่าแก่ของจักรวรรดิฟรังค์ ในเขตบาวาเรีย (Bavaria) ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่ สำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพราะได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองในยุคกลางที่สวยที่สุดในเยอรมัน
- จากนั้นนำท่านเดิน ชมเมืองโรเธนเบิร์ก เป็นเมืองโบราณ ที่ตั้งอยู่ภายในวงล้อมของกำแพงเมืองถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างมีประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติกของเยอรมนีเช่นกันอีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์และแนวกำแพงป้องกันเมืองดั้งเดิมบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่ทำการค้า ไวน์ โค กระบือ และขนสัตว์ที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1274
- นำท่านชม ศาลาว่าการเมือง (Town Hall) ที่ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง โดยตัวอาคารนั้นถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1250 ในแบบอาคารโกธิค
- นำท่านขึ้นไปชมทัศนียภาพอันงดงามของอาคารบ้านเรือนหลากสีสันที่ จัตุรัส Plönlein จัตุรัสเล็ก ๆ แต่มีชื่อเสียงในไปทั่วโลก บริเวณรอบ ๆประกอบไปด้วยลานน้ำพุและตลาดเก่า อิสระท่านเดินเล่นชมเมือง ซื้อของฝาก และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
- รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
- นำท่านเดินทางสู่ เมืองวูร์ซเบิร์ก (Wuerzburg) เมืองบนเนินเขาทางตอนเหนือของแคว้นบาวาเรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมนซึ่งเป็นอีกแหล่งเพาะปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์ของเยอรมัน และเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก
- นำท่านชมความงดงามของ เมืองวูร์ซเบิร์ก โดยเริ่มจาก ศาลาว่าการเมือง (City Hall) แวะถ่ายรูปกับ มหาวิหารแห่งเมืองวูร์ซเบริ์ก (Wurzburg Cathedral) สร้างขึ้นเมื่อ คศ. 788 และในการก่อสร้างระหว่างปี 1040 - 1225 ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบ โรมาเนสก์ จึงทำให้ภายนอกมหาวิหารสร้างแบบโรมาเนสก์
- จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ Wurzburg Residence สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 10 ซึ่งอดีตคือพระราชวังเก่า สร้างแบบสถาปัตยกรรมบาโรก และได้มีการบูรณะหลายครั้งเนื่องจากถูกทำลายจากสงครามโลกครั้งที่ 2
- จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแฟรงค์เฟิร์ต เมืองธุรกิจการค้าที่สำคัญของเยอรมัน ชม ย่านโรเมอร์ จตุรัสเมืองที่เก่าแก่ของแฟรงค์เฟิร์ต ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนและศิลปกรรมไว้อย่างดีให้ท่านเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกหรือสินค้าแบรนด์เนม เช่น นาฬิกา กระเป๋าเดินทาง Rimowa หรือสินค้าอื่นๆ ตามอัธยาศัย
- รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
- ที่พัก NOVOTEL HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 4 ดาว
วันที่ 9 สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต – กรุงเทพฯ
- รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
- จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต ให้ท่านได้มีเวลาทำ TAX REFUND
- ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ โดย สายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG921
วันที่ 10 กรุงเทพ – สุวรรณภูมิ
- เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ
กำหนดการเดินทาง | ผู้ใหญ่พักห้องคู่ ท่านละ | ราคาห้องพักเดี่ยว เพิ่ม |
12-21 ต.ค. 60
|
89,900
|
15,000
|
17-26 ต.ค. 60
|
89,900
|
15,000
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น