การปั๊มไมล์เพื่อพิชิตบัตร Royal Orchid Plus Gold
วิธีปกติของการได้บัตรทอง คือต้องบิน บิน แล้วก็บิน ครับ เอาให้ครบระยะทาง 50,000 ไมล์ หรือให้ได้ 50,000 ไมล์เอกสิทธิ์ (หากบินด้วย Business Class หรือ First Class ก็จะได้เร็วขึ้น เพราะบินที ได้ไมล์ 125% หรือ 150% เลย) ด้วยความที่การบินไทยนับจากไมล์เอกสิทธิ์เท่านั้น ยังไงก็ต้องบินจริงเพื่อใช้ในการนับแต้ม
ระยะทาง 50,000 ไมล์ ไกลขนาดไหน ?
ก็ให้เปรียบเทียบว่า ถ้าเป็นโตเกียว ก็จะได้ไมล์เที่ยวละ 2,869 ไมล์ (หรือ 5,738 ไมล์สำหรับการเดินทางไป-กลับ) นั่นคือประมาณว่า ต้องบินระยะทางไป-กลับญี่ปุ่น 9 รอบใน 1 ปี (ถ้าเป็น Business Class ก็ 7 รอบ) ถึงจะได้บัตรทองครับ หรือถ้าเป็นอเมริกา นับถึงลอสแองเจลิส (LAX) จะได้ไมล์สะสมเที่ยวละ 8,256 ไมล์ ต้องไปกลับอเมริกาประมาณ 3 รอบใน 1 ปี ส่วนยุโรป ก็ราวๆ ไปกลับ 4 รอบใน 1 ปีครับ นั่งคำนวนดูดีๆ หลายคนอาจจะถอดใจ ไม่เอาแล้วบัตรทอง
เราควรเลือกประเภทตั๋วอย่างไร ???? ให้ถูกต้อง
ตั๋วเครื่องบินของทุกสายการบิน จะมีประเภทตั๋วที่ยิบย่อยไปกว่า Economy, Business, First อีกครับ เช่น จะมีตั๋วประเภท 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน, 1 ปี หรือตั๋วโปรโมชั่นที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้, เปลี่ยนได้แบบมีค่าธรรมเนียม ฯลฯ ซึ่งตั๋วแต่ละประเภท อาจจะนำมาสะสมไมล์ได้ไม่เท่ากัน บางประเภทสะสมไม่ได้เลย บางประเภทสะสมได้ 25% หรือ 50% ของระยะทางที่บินจริง เป็นต้น ดังนั้น จึงจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าเราไปประหยัดเงินค่าตั๋วเครื่องบินเพียงไม่กี่ร้อยบาท หรืออาจจะ 1-2 พันบาท เพื่อซื้อตั๋วราคาถูก แต่พลาดสิทธิ์ที่จะสะสมไมล์ของเที่ยวบินนั้นๆ ซึ่งอาจจะมากเป็นหมื่นไมล์หากเดินทางในเที่ยวบินไกลๆ
วิธีการตรวจสอบว่าตั๋วโดยสารของเราสะสมไมล์ได้หรือไม่ จริงๆ แล้วมีเงื่อนไขบอกในหน้าเว็บตอนที่เราซื้อตั๋วแต่ละประเภทครับ (ถ้าใครเคยกดซื้อตั๋วหน้าเว็บเอง จะสังเกตว่า ตั๋ว Economy ด้วยกันก็มีหลายราคา นั่นแหละครับ แต่ละราคาเป็นตั๋วคนละแบบกัน มีความยืดหยุ่นต่างกัน และแน่นอนว่าตั๋วถูกก็อาจสะสมไมล์ได้ไม่เต็ม 100%) หรือในตั๋วโดยสารที่เป็นกระดาษ ก็จะมีบอกคลาสของตั๋วไว้หลังเลขเที่ยวบินเหมือนกัน ลองสังเกตดูครับ ว่าตั๋วของเราเป็นตั๋วคลาสอะไร หากไม่แน่ใจก็โทรสอบถามคอลเซนเตอร์ก็ได้ ว่าตั๋วของเราสะสมไมล์ได้หรือไม่ และสะสมได้กี่ %