วันศุกร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2560

hobbit-village


หมู่บ้านฮอบบิทที่นิวซีแลนด์


           จะดีแค่ไหนถ้าดินแดนมิดเดิลเอิร์ธในภาพยนตร์ไตรภาคเรื่อง เดอะฮอบบิท ที่เราเคยดูปรากฏอยู่ตรงหน้า เปิดโอกาสให้เราท่องเที่ยวได้ตามอัธยาศัย และเปลี่ยนโลกจินตนาการจากภาพยนตร์มาเป็นของจริงที่เราสัมผัสจับต้องได้ ขอเปิดโลกกว้างให้แฟนพันธุ์แท้ของภาพยนตร์เรื่อง เดอะฮอบบิท และภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ด้วยการพาทัวร์หมู่บ้านฮอบบิตัน (Hobbiton) ที่ประเทศนิวซีแลนด์ สถานที่ที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เดอะฮอบบิท เชิญท่านเข้าชมฉากหนังฮอบบิท ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง The Lord of the Rings การเดินทางของคุณจะเริ่มต้นด้วยการขับรถผ่านฟาร์มแกะที่มีเนื้อที่ 1,250 ไร่ ที่มีความงดงามและมีทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาไมเรนจ์

หมู่บ้านริมทะเลสาบ

บ้าน Bag End ของ Frodo & Bilbo Baggins

ที่นี่ไม่ใช่เมืองแฟนตาซีแต่มันคือหมู่บ้านฮอบบิทมันถูกสร้างขึ้นโดยผู้กำกับภาพยนตร์ ปีเตอร์ แจ็คสัน

The Green Dragon Inn

 งานเลี้ยงฉลองตอนมื้อค่ำ

        เมืองมาทามาทา ชนบทเล็กๆทางตอนเหนือของนิวซีแลนด์ พื้นที่ที่ถูกล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาสวยงาม และฟาร์มที่แสนอุดมสมบูรณ์ได้กลายเป็นดินแดนมิดเดิลเอิร์ธที่เราได้เห็นในฉากภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ฮอบบิท และยังคงเนรมิตให้เหมือนตอนที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ทุกประการ ซึ่งนอกจากภาพยนตร์เรื่อง เดอะ ฮอบบิทแล้ว ภาพยนตร์ไตรภาคที่โด่งดังไปทั่วโลกอย่าง เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ ก็มาใช้สถานที่นี้ถ่ายทำภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าหมู่บ้านฮอบบิตันเป็นโลเคชั่นที่แสนเริ่ดเลยก็ว่าได้

         ภายในบริเวณหมู่บ้านจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้และความชุ่มชื้น อีกทั้งยังมีหลุมฮอบบิท, เดอะ กรีน ดราก้อน อินน์, โรงสี, สะพานโค้งคู่ และโครงสร้างอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์ไว้ให้ถ่ายรูปและเดินสำรวจ จากตอนแรกหมู่บ้านฮอบบิตันเป็นพื้นที่โล่งๆ และได้ใช้เป็นฉากถ่ายทำเดอะลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ แต่ต่อมาเมื่อทีมงานภาพยนตร์เรื่องเดอะฮอบบิท ติดต่อขอใช้สถานที่ถ่ายทำ ทางหมู่บ้านฮอบบิตันจึงได้สร้างบ้านจำลองขึ้น ซึ่งก็เป็นบ้านฮอบบิทแสนอบอุ่นน่ารักอย่างที่เราได้เห็นในภาพยนตร์นั่นเอง และปัจจุบันนี้ก็ยังมีเดอะ กรีน ดราก้อน อินน์ บ้านพักย้อนรอยภาพยนตร์เรื่องดังตั้งอยู่อีกด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่าหากเราได้ไปเยือน ก็จะมีโอกาสได้เดินสำรวจภายในบ้าน เสมือนตัวเองหลุดไปอยู่ในฉากหนังยังไงยังงั้นเลยล่ะ

แสงไฟของหมู่บ้านฮอบบิทยามค่ำคืน

      นอกจากบ้านฮอบบิท และกรีน ดราก้อนอินน์แล้ว ภายในหมู่บ้านฮอบบิตันยังมี ไชร์ เรสต์ คาเฟ่ ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน สำหรับให้นักท่องเที่ยวนั่งจิบเครื่องดื่มสูตรพิเศษที่ทางหมู่บ้านจัดเตรียมไว้ให้พร้อมๆกับดื่มด่ำบรรยากาศสวยงามของสภาพแวดล้อมที่ชุ่มชื่น ฝูงแกะน้อยใหญ่ ซึมซับจินตนาการจากภาพยนตร์ให้เต็มอิ่ม ส่วนนักช้อปที่ไม่อยากพลาดของฝากน่าประทับใจ ก็เชิญได้ที่ไชร์ สโตร์ ร้านขายของฝากซึ่งตั้งอยู่ด้านล่างไชร์ เรสต์ คาเฟ่ บริเวณในร้านจะมีงานฝีมือ ของฝากพื้นเมืองมากมาย และเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วเข้าชมสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไว้คอยบริการ รวมถึงงานแฮนด์เมดจาก Weta Studio เครื่องดื่มสูตรพิเศษจาก Southfarthing ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าขนสัตว์, เสื้อคลุมจาก Stansborough Fibres หนังสือและที่ระลึกจากภาพยนตร์เรื่องเดอะ ฮอบบิทวางจำหน่ายด้วย

ภายใน The Green Dragon ที่จัดไว้สำหรับจัดเลี้ยง

ชนบทที่เขียวชอุ่มของ The Shire

หมู่บ้านฮอบบิท 

ที่อยู่ : 501 Buckland Road, Hinuera, Matamata, Hamilton - Waikato, 3472, New Zealand.
เวลาเปิด : เปิดทำการทุกวัน จันทร์-ศุกร์
การเดินทาง :  ใกล้สนามบิน : 42 กิโลเมตรจากสนามบินแฮมิลตัน , 87 กิโลเมตรจากสนามบินโรโตรัว ,                      168 กิโลเมตรจากสนามบินสนามบินโอ๊คแลนด์
ใกล้สถานีรถไฟ : 16 กิโลเมตรจาก Matamata i-SITE คือศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ใกล้ตัวเมือง : 16 กิโลเมตรจากเมือง Matamata
ราคา : ผู้ใหญ่ $79.00 - $195.00
          เด็กตั้งแต่แรกเกิด – 9 ขวบ ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย
          วัยรุ่น 9 – 16 ปี ราคา $39.50




Tokyo Metro,Toei Subway



ความแตกต่างของการเดินทางโดยรถไฟในญี่ปุ่น


“การเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งในโตเกียวเป็นอะไรที่สะดวกมากที่สุด และถ้าคุณกำลังมองหาวิธีการซื้อตั๋วรถไฟที่ประหยัดที่สุด คุณควรซื้อบัตรแบบ One-Day ซึ่งจะเป็นวิธีที่ประหยัดที่สุด”

        โตเกียวเป็นเมืองที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งมีการผสมผสานกันระหว่างประวัติศาสตร์ เมือง และความล้ำสมัย และการเดินทางในโตเกียวมีความสะดวกสบายมากเพราะมีรถไฟมากถึง 13 สาย ซึ่งมีทั้งรถไฟบนดินและรถไฟใต้ดิน หากคุณวางแผนที่จะเดินทางภายในโตเกียวโดยต้องการความรวดเร็วและความสะดวกสบาย ที่นี่จะมีบัตรโดยสารที่แตกต่างกันเพื่อตอบสนองความต้องการให้คุณ
1. ตั๋วทั่วไปสำหรับหนึ่งวันประเภท TOKYO METRO และ TOEI SUBWAY
        บัตรนี้สามารถใช้ได้กับรถไฟใต้ดิน สาย Tokyo Metro และ Toei Subway ทั้งหมด ซึ่งในแต่ละวันจะมีรถไฟวิ่งตั้งแต่ ตี 5 ไปจนถึง เที่ยงคืน โดยที่คุณสามารถขึ้นรถไฟกี่รอบก็ได้ภายใน 1 วัน สามารถซื้อได้ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่สถานี Tokyo Metro และ Toei Subway ได้เลย
บุคคลทั่วไป : 1,590 เยน
เด็ก : 800 เยน
Website : Tokyo Tour Ticket

2. TOKYO TOUR TICKET
        ตั๋วชนิดนี้ครอบคลุมการการขนส่งทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น JR Lines, subway lines, Toei buses and street cars, plus the Nippori/Toneri Liner สามารถหาซื้อได้ที่ สถานีรถไฟสาย JR, เดอะวิวพลาซ่า, และตู้จำหน่ายตั๋วอัตโนมัติที่สถานี Tokyo Metro station และ Toei Subway stations ตั๋วมีอายุใช้งานได้ 1 วัน และคุณสามารถจองล่วงหน้าหรือเปลี่ยนแปลงวันใช้งานได้หากมีความจำเป็น
บุคคลทั่วไป : 1,590 เยน
เด็ก : 800 เยน
Website : Tokyo Tour Ticket

3. ตั๋ว TOKYO SUBWAY
         ตั๋วชนิดนี้มีทั้งแบบ 24, 48, 72 ชั่วโมง ซึ่งสามารถใช้ได้กับรถไฟสาย Tokyo Metro และ Toei Subway ตั๋วชนิดนี้สามารถซื้อได้ที่ สนามบินฮาเนดะ สนามบินนาริตะ หรือตัวแทนจำหน่าย
ตั๋วแบบ 24 ชั่วโมง : บุคคลทั่วไป 800 เยน
                                   เด็ก 400 เยน
ตั๋วแบบ 48 ชั่วโมง : บุคคลทั่วไป 1,200 เยน
                                   เด็ก 600 เยน
ตั๋วแบบ 72 ชั่วโมง : บุคคลทั่วไป 1,500 เยน
                                   เด็ก 750 เยน
Website : Tokyo Subway Ticket

4. ตั๋ว TOEI ONE-DAY ECONOMY PASS
         ตั๋วชนิดนี้สามารถใช้ได้กับรถไฟฟ้าสาย Toei Subway, Nippori-Toneri รวมไปถึง Toei buses และ streetcars ทั้งหมด
บุคคลทั่วไป : 700 เยน
เด็ก : 350 เยน
Website : Toei One-Day Economy Pass

5. TOKYO METROPOLITAN DISTRICT PASS
         ตั๋วชนิดนี้ใช้ได้สำหรับรถไฟสาย JR เท่านั้น ซึ่งสามารถซื้อได้ที่ ออฟฟิศจำหน่ายตั๋ว JR และศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ในโตเกียวรถไฟสายยามะโนะเตะวิ่งโดย JR East ซึ่งเป็นสายที่ได้รับความนิยมที่สุดในโตเกียวเพราะว่าจะมีรถไฟเข้าสู่สถานีเร็วที่สุด
ตั๋วบุคคลทั่วไป : 700 เยน
ตั๋วสำหรับเด็ก : 350 เยน
Website : Toei One-Day Economy Pass

Walt Disney World

11 อาหารแนะนำใน Walt Disney World


    วันนี้เราจะพาทุกท่านไปอิ่มอร่อยกับ 11 อาหารแนะนำใน Walt Disney World จะมีอะไรน่ารับประทานบ้างตามมาดูกันเลยค่ะ


1. Disney นั้นมีการเสริฟ์โครนัท 
     ซึ่งเป็นอาหารเช้า โดยเป็นการผสมระหว่างแป้ง2ชนิด (แป้งโดนัท+แป้งโครซอง) ซึ่งเมนูนี้นั้น Disney เริ่มจัดมา 2-3 ปีแล้ว นอกจากนี้ยังเสิร์ฟก้อนไอศครีมลงบนโครนัทในจานด้วย


2. Tokyo Dinning Epcot's pavillion 
     อีกหนึ่งจุดของการบริการน้ำค็อกเทลคือ Tokyo Dinning Epcot's pavillion ที่มีบริการ เหล้าโชจู เครื่องดื่มชูไฮ่ (Chuhi เครื่องดื่มน้ำผลไม้ที่ผสมแอลกฮอล์นิดนึง  และก็เสริ๊ฟเครื่องดื่มนี้พร้อมกับ ส้ม มะนาว องุ่น ให้ลูกค้าที่โต๊ะ


3 .Polynesian Village Resort’s 
    เป็นที่น่าประหลาดใจสำหรับ Disneyland’s epic Trader Sam’s Enchanted Tiki Bar มีเครื่องดื่มที่ดีที่สุดทั้งหมดของ Walt Disney World บริการ


4 . Coca Cola Soda
     เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า Disney นั้นไม่เคยให้อะไรกับใครฟรีๆ แต่ที่ Club cool ใน Epcot's Future World  นั้นมีการให้บริการ เครื่องดื่ม Coca Cola Soda ฟรีให้กับลูกค้าที่มาพักในบ้านทุกหลัง



5. Bread Pudding
ถ้าคุณอยากจะได้สัมผัสรสชาติขนมที่อร่อยที่สุดของ Disney ขนมที่ห้ามพลาดคือ Bread Pudding เพราะมันอร่อยมากและดีที่สุด ซึ่งขนมนี้มีบริการขายที่ หมู่บ้าน Polynesian ซึ่งอยู่ในส่วนหนึ่งของ Walt Disney


6. Five-course
    ร้านอาหารของ Disneyนั้นมีหลายหลายร้านซึ่งเป็นแนวออกหรูหรา ร้าน Flying Fish Cafe ภูมิใจนำเสนอเมนู  Five-course และเป็นอาหารทรงโปรดของพระราชินีนาถวิกตอเรียและเจ้าชายอัลเบิร์ต ที่โรงแรม Grand  Floridian  มีเสริฟ์เมนูมากกว่า 7สูตร และเป็นสูตรดังเดิมที่มีมานาน


7. Coke 
     คุณอาจจะไม่ได้เที่ยวในเขตร้อน แต่คุณก็จะไม่พลาดเครื่องดื่มประเภทcokeแช่แข็งผสมเหล้ารัม  ซึ่งมีขายที่บริเวณ Animal Kingdom Tamu tamu


8. Lactose-adverse
     คือของหวานที่เป็นที่นิยมที่สุดของDisney คือ Dole วิปครีม


9. Epcot Garden  Grill
     ถ้าข้าวโพดและขนมยี่ห้อchipeich ไม่ถูกใจคุณสามารถเลือทานสลัด มังสวิรัตน์ได้ที่ Epcot Garden  Grill เป็นผักสลัดสลัดที่ปลูกภายในเรือนกระจกนั่ง


10 .ช็อคโกแล็ตคุ๊กกี้มิกกี้เม้าท์
     ขนมช็อคโกแล็ตคุ๊กกี้มิกกี้เม้าท์บาร์มีขายหลายจุดใน Disney


11. California Grill
     ที่ร้านCalifornia Grill ใน Disney นั้น อาหารไม่ใช่จุดที่สำคัญ ที่สำคัญคือการแสดงพลุ และ ช่วงเวลาที่งดงามนั้นห้องครัวทั้งหมดจะหยุดให้บริการ  ซึ่งลูกค้าที่นั่งริมหน้าต่างของร้านนี้ก็ได้เห็นโชว์นี้



ทัวร์Walt Disney World ทัวร์ญี่ปุ่น เที่ยวประเทศญี่ปุ่น

Travel of Taiwan


10 ที่ท่องเที่ยวไม่ควรพลาด ในไต้หวัน


10 แหล่งท่องเที่ยวในไตหวันที่ไม่ควรพลาด  ทั้งสถานที่ถ่ายรูปชิลล์  แหล่งช้อปอาหารอร่อย  สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์  และธรรมชาติที่สวยงาม

1.พิพิธภัณฑ์กู้กง
    พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกู้กง คือพิพิธภัณฑ์ใหม่ที่สร้างขึ้นในประเทศไต้หวัน เพื่อเก็บงานศิลปะ แลโบราณวัตถุล้ำค่าไว้มากมายมหาศาลถึง 6 แสนกว่าชิ้น วัตถุโบราณล้ำค่าในสมัยราชวงศ์ต่างๆ เช่น เครื่องสำริด เซรามิก หยก งานไม้เคลือบเงา งานแกะสลัก สิ่งประดิษฐ์ อื่นๆ ภาพเขียน ผ้าโบราณ หนังสือ ที่สะท้อนถึงความเจริญในแต่ละราชวงศ์ แรกๆถึงราชวงศ์สุดท้ายอย่างราชวงศ์ชิง รวมไปถึงห้องของฮ่องเต้เจียงไคเชคที่ขนมาจากวังต้องห้ามช่วงที่หนีมาตั้งประเทศไต้หวัน


2. ท่าเรือตั้นสุ่ย
    ท่าเรือตั้นสุ่ย เป็นท่าเรือแห่งชาติของไต้หวัน ที่นี่ถือเป็นท่าเรือแห่งแรกทางตอนเหนือของไต้หวัน คนไต้หวัน และนักท่องเที่ยวจึงนิยมมาเที่ยวที่นี่กันมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นๆซึ่งอากาศดี ผู้คนต่างพากันปั่นจักรยานริมน้ำ หรือจะเดินเล่นเลาะริมแม่น้ำ ชมวิว 


3. อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ
    อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ เป็นสถานที่เที่ยวยอดฮิตติด 1 ใน 3 และเป็นอุทยานแห่งชาติใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไต้หวัน ที่นี่มีภูเขาหินแกรนิตจำนวนมาก และหน้าผาสูงชันที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำเป็นเวลานาน ทำให้มีทัศนียภาพที่สวยงาม


4. หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น
    หลายคนที่เคยดูการ์ตูนดังเรื่อง Spirited Away ของ Studio Ghibli ของญี่ปุ่น จะต้องรู้จักที่นี่แน่นอน หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ้น เมืองโบราณที่เต็มไปด้วยสีสันสวยจากโคมแดงสว่างทั่วทั้งเมืองที่ไต้หวัน ตั้งอยู่บนเขาในเขตเมืองจีหลง ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ โรงน้ำชาที่ติดกับวิวภูเขา เราสามารถนั่งจิบชาพร้อมชมวิวอันสวยงามของภูเขาไปพร้อมๆกัน


5. หมู่บ้านแมว เมืองหูต่ง
    เมืองหู่ตง แต่เดิมเป็นเมืองเศรษฐกิจทำเหมือง ช่วงปี 1990 แต่หลังจากเหมืองถ่านหินปิดตัวลง ชาวบ้านก็อพยพไปทำงานในเมือง จนหมู่บ้านแห่งนี้แทบจะกลายเป็นเมืองร้าง แล้วหลังจากนั้น เจ้าเหมียวก็เข้ามายึดครอง หมูบ้านนี้จึงโด่งดังขึ้นมาอีกครั้งในฐานะเมืองสำหรับการถ่ายภาพแมว ที่นี่มีเหมียวกว่าร้อยชีวิต คอยออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตร และด้วยความที่เมืองนี้ห่างจากกรุงไทเปแค่ชั่วโมงเดียวด้วยทางรถไฟ ทำให้มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นทุกๆ สุดสัปดาห์


6. Raohe Street Night Market
    ที่นี่เป็นตลาดอาหารยามค่ำคืนอันดับหนึ่งของไต้หวันเลย  สามารถเดินชิม ช้อปในตลาดที่มีร้านค้าต่างๆ ทั้งเสื้อผ้า ของกินราคาถูก ได้แบบเพลินๆ ไฮไลท์คือ ซาลาเปาหมูพริกไทย หรือ Pepper Buns ใครที่ได้ไปที่นี่ต้องไม่พลาดหาลองมาชิม


7. ตึกไทเป 101
    ตึกไทเป 101 มีความสูงเสียดฟ้าถึง 508 เมตร ตั้งอยู่ในย่านซินยี กรุงไทเป ที่นี่เคยเป็นอาคารสูงที่สุดในโลกเมื่อปี พ.ศ. 2547 และได้รับรางวัลสูงสุดในระบบการจัดอันดับผู้นำการออกแบบพลังงาน และสิ่งแวดล้อม กลายเป็นอาคารสีเขียวสูงที่สุด และใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย


8. อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค
    อนุสรณ์สถานเจียงไคเช็ค เป็นที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆของเมืองไทเปเลยก็ว่าได้ เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง ประธานาธิบดี “เจียงไคเช็ค” ผู้เป็นที่รัก และศรัทธาของคนไต้หวัน ตั้งอยู่ ณ ใจกลางเมืองไทเป ถนนจงซานใต้ 21 บริเวณรอบๆ มีสวนสาธารณะที่ชาวไทเปมาออกกำลังกาย และสูดอากาศในยามเช้าเป็นประจำ


9. วัดจงไถฉานซื่อ
    จงไถฉานซื่อ เป็นวัดที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 บนเกาะไต้หวัน และติดอันดับวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 1 ใน 3 ขงโลกอีกด้วย เป็นวัดพุทธนิกายมหายาน มีสัญลักษณ์เป็นดอกบัวที่หมายถึงความสงบ


10. ทะเลสาบสุริยันจันทรา
     ทะเลสาบสุริยันจันทรา ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในไต้หวัน ทิศเหนือของทะเลสาบมีรูปทรงคล้ายกับพระอาทิตย์ และทิศใต้คล้ายกับพระจันทร์เสี้ยว สวยงามแปลกตามากค่ะ เหมาะกับคนรักธรรมชาติ และสามารถไปปั่นจักรยานชมวิวสวยๆ ได้ด้วย